Honeymoon Trip (France Part)

“Mont Saint-Michel”  มหาวิหารที่ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส

จี้นั่งรถบัสไป-กลับปารีส ไม่ได้ค้างคืนค่ะ นั่งรถบัสจากปารีส เป็นทัวร์ที่รวมอาหารกลางวันและอาหารเย็นด้วย ราคาต่อคนแอบแพง เพราะเป็นทัวร์คนญี่ปุ่นล่ะ 555555 นั่งรถตอน 8 โมงเช้าไปถึงประมาณ 11 โมง นั่งไป 4 ชม.แน่ะ กลับอีก 4 ชม. กลับถึงปารีสตอน 4 ทุ่ม คือบอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะสวยมากกก ใหญ่มากกกกก ลมแรงมากด้วย 55555555 อยากจะค้างสักคืนเลยล่ะ แต่วันมีไม่พอ >*<

Advertisements

Germany & France VS Japan ในมุมมองของ JeeJapan.LifeStyle

จี้กลับมาจากฮันนีมูนแล้วค่าา~~ สนุกมากกกกกกกก อยากหนีไปอยู่ ไม่อยากทำงานแล้ว 555555
ก่อนที่จี้จะเขียนรีวิวแต่ละวันให้ จี้ขอเขียนสรุปก่อนนะคะ

เมื่อเปรียบเทียบประเทศเยอรมันและฝรั่งเศส กับ ประเทศญี่ปุ่น
ผิดถูกตรงไหนบอกได้นะคะ ใครรู้ก็มาแชร์กันค่าา

วิธีขอเชงเก้นวีซ่า (Schengen Visa) ในประเทศญี่ปุ่น

ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีวันหยุดสำหรับคู่รักที่เพิ่งแต่งงานใหม่ไปฮันนีมูนได้ทั้งหมด 5 วัน
แต่เพราะความเอาแต่ใจของภรรยา เอ้ยย เพราะค่าตั๋วมันแพง
จี้เลยอยากจะไปสัก 2 อาทิตย์ แต่สามีก็หยุดไม่ได้ ทำให้ต่อรองกันไปมา
สรุป แบ่งกันครึ่งทาง (เอนเอียงมาทางภรรยานิดๆ ฮึฮึ) ทำให้เราทั้งคู่ได้ไปยุโรปทั้งหมด 10 วันล่ะค่าาา เย้ๆๆ

คราวนี้มาถึงขอวีซ่า คนญี่ปุ่นสบายไม่ต้องทำอะไรเลย
แต่จี้คนไทยก็ยังต้องไปขอวีซ่าก่อน เราจะไปกัน 2 ประเทศ ได้แก่
เยอรมัน (สามีอยากไป) และ ฝรั่งเศส (ภรรยาอยากไป)
ดังนั้น วีซ่าที่จี้จะขอคือ เชงเก้นวีซ่า (Schengen Visa) ค่ะ