เส้นทางการเป็นล่ามไทย-ญี่ปุ่นด้านแพทย์ ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

เส้นทางการเป็นล่ามการแพทย์

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

อย่างแรก ต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆเลยที่ยังจำเราได้ อิอิ ไว้มาทักทายกันเรื่อยๆน้า

ตอนที่ 1 ที่อยากจะเกริ่นถีงจุดเริ่มต้นก่อนว่ากลายเป็นล่ามด้านนี้ได้ยังไง ทำไมเราต้องทำเหมือนมันเป็นนิยายด้วยเนี่ย 5555555 แต่อย่างว่าละค่ะ ชีวิตยิ่งกว่านิยายนะจ้าาาาา

17328-a-doctor-and-couple-talking-pv

ตอนนี้ไม่มีสาระนะ ขอเตือนไว้ก่อน แต่อยากอัพไว้เตือนใจตัวเอง55555

เริ่มจ้ะะะะะ
ตอนแรกที่ตัดสินใจจะกลับมาไทยเนี่ยจำได้เลยว่าถึงประเทศไทยเดือนตุลาคม ก่อนเริ่มหางาน นี่ก็เที่ยวแหลก ปาร์ตี้รัว ให้มันกรุบกริบค่ะ จัดห้องจัดบ้าน ทำสิ่งที่อยากทำก่อนจะเริ่มงาน ตามประสาเด็กไฟลุก

จำได้ว่าเริ่มหางานเดือนพฤศจิกายนกลางๆเดือน ตอนนั้นกกเริ่มหางานจากในเนต เริ่มจากกรุ้ปที่เราอยู่ เช่นกลุ่มงานภาษาญี่ปุ่น เว็ปหางานอะไรพวกนี้ค่ะ
ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมาทำด้านโรงพยาบาลนี้เลย ตอนแรกอยากทำในโรงงานมากกว่า เพราะโอกาสเติบโตจะมากกว่าในระยะยาว เรื่องการสมัครงานตอนนั้นลองสมัครไปไม่เยอะ ไม่ถึง 10 ที่ ก็มีเรียกสัมภาษณ์เรื่อยๆ นี่ขอเล่าแค่3 ที่เท่าที่จำได้

① ที่แรก เป็นเกี่ยวกับโรงงานญี่ปุ่น ฝ่าย production เป็นนิคมโรงงานที่อยู่ใกล้บ้านมากๆๆๆ ซึ่งเราเป็นคนชอบทำงานใกล้บ้าน ขับรถแค่10 นาที พอไปสัมภาษณ์เขาถามประมาณว่าเวลาเข้าทำงานในห้องฆ่าเชื้อ ห้ามแต่งหน้านะ สามารถทำได้ไหม… เราก็อึ้งไปนิด แล้วก็ตอบว่า ทำได้นะคะ เดี้ยวหนูไปสักคิ้วเอาค่ะ 55555555555555
ผลออกว่า สรุป อันนี้ไม่ได้ เพราะว่าไม่มีผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น!!!!!!

คือเอาจริง ตอนแรกแอบเฟลนิดนึง นี่แอบอึ้งว่าที่ไทยเคร่งเรื่องผลสอบ JLPT มากๆๆ ไม่มีคือไม่ได้ เหมือนมันผิดกฎหมายของบริษัทไรนี่ เราก็โอเค ฉันผิดเองที่ไม่ได้สอบทิ้งไว้ บาย ดวงเราคงไม่สมพงษ์กันอะ ฮือออออออ หลังจากนี้เลยเลือกหาแต่อันที่ไม่ใช่ผลสอบยื่น

② งานที่2 : เป็นบริษัทรถที่ให้เช่าสำหรับการก่อสร้าง (พวกรถตักดินทราย)
ตอนสัมภาษณ์ แทบเหมือนไม่ได้สัมภาษณ์อะเอาจริง จำได้แค่แนะนำตัว แล้วลุงMD ก้โปรโมทโดยการให้ดูบริษัทตัวเองเว้ยยยย แล้วก็ถาม กก.ว่าที่ญี่ปุ่นเคยได้ยินชื่อบริษัทเขาไหม อยู่อันดับต้นเลยนะในแขนงนี้ คือตอนนั้นเหงื่อตกละไง55555 คือชิบหายละ เขาถามมาแบบนี้ฉันต้องตอบยังไง55555 ถ้าตอบว่าไม่รู้จักบริษัท ก้คงตกรอบ แต่ถ้าตอบว่ารู้ แล้วโดนถามเพิ่มก็ตายแบบอายนะ 555555555
แต่ฉันไม่รู้อะ ก็เลยตอบไปว่าไม่รู้จักค่ะ แต่บอสคือใจดีมาก แล้วก้อธิบายบริษัทให้ฟัง ผลออกภายในอาทิตย์นี้ว่าจะผ่านไหม สรุปคือผ่าน แต่เขาขอต่อรองเงินเดือนให้น้อยลงเพราะกกเรียกไปเยอะ และฉันก้บอกว่าบ้านไกลอะค่ะ ค่าทางด่วนต่อวันก็200 แล้วแกกกร๊
เพราะสถานที่ทำงานคือสมุทรปราการ เกิอบถึงบางเสาธง ไฮ๊!!!!!! ไกลม้ากกกกกกกกกกกก ตอนนั้นเลยบอกเขาว่าเดี่ยวให้คำตอบอีกทีนะคะ แล้วเขาก็โทรมาตื้อ โทรหาแม่ฉันด้วยค่าาาา และกดดันโดยการบอกว่าพี่ให้เขาจัดโต๊ะทำงานให้น้องแล้วนะคะ หื้มมมมมม อีนี่ฟังก็ช็อคเดสไป555555
สรุปงานนี้ก็ขอบายฮ่ะ เพราะว่าไกลเกินไปง่ะ ไม่ไหว

③ งานที่ 3 : ล่ามการแพทย์ที่คลีนิคแห่งนึง
แกร งานนี้เป็นงานที่กกเจอในกลุ่มหางานภาษาญี่ปุ่นไรสักอย่าง ลองสมัครวันนั้น เขาเรียกสัมภาษณ์วันนั้น และรู้ผลวันนั้นเลย อ้าวอีผี เร็วไปมะ 5555555555555 ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แล้วก็ตกลงทำงานกับที่นี่ คืองงมาก ตอนนั้นแบบตูโดนของตอนก้าวเข้ามาคลีนิคปะวะ5555555555

สรุป ใครที่กำลังหางานแล้วได้ภาษาที่3 เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ฉันว่าได้เปรียบ
แต่ตลาดญี่ปุ่นอาจจะใหญ่สุดในเมืองไทย อาจจะหางานได้ง่ายกว่า
คือถ้าได้ภาษาญี่ปุ่น บริษัทที่ไทยส่วนมากจะต้องการผลJLPT ส่วนบริษัทญี่ปุ่นที่ทำงานโดยคนญี่ปุ่นจริงๆ ไม่สนใจผลสอบวัดระดับค่ะ จะสนใจตอนการสัมภาษณ์นะ เพราะงั้นสู้ๆ

อย่าเครียดกับการหางานเกินไป เพราะการหางานก็เหมือนหาคู่ ถึงเจอคู่ที่ถูกใจ ก็ใช่ว่าจะไปกันรอดนะจ้ะ 55555555555555555555

แล้วฉันก็เริ่มทำงานเดือนธันวาเว้ยยวย ตอนนี้เกิน6เดือนละ ดีใจกับเราหน่อย ระหว่างทางมีหินเยอะมากค่ะ บอกเลย555555

ตอนหน้ามาเล่าเรื่องที่คลีนิคและการปรับตัวต่างๆน้า5555

Advertisements

ใส่ความเห็น